เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. เติบโตเคียงคู่สังคมไทยมายาวนานเกือบ 1 ศตวรรษ ซึ่งไม่เพียงผลิตสินค้าและบริการที่ดีสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศเท่านั้น แต่การดำเนินธุรกิจการค้าอย่างมืออาชีพและมีคุณธรรม จริยธรรม  ทำให้ชื่อเสียงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก 

การที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างมั่นคง เป็นเพราะดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในนโยบาย 3 ประโยชน์ กล่าวคือ คำนึงถึงประโยชน์ต่อทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนในประเทศที่เข้าไปลงทุน และคำนึงถึงประโยชน์ต่อบริษัทซึ่งหมายถึงผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และพนักงาน

ปัจจุบัน ธุรกิจที่เป็นธงนำของเครือเจริญโภคภัณฑ์คือ ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ธุรกิจการตลาด
และการจัดจำหน่าย และธุรกิจโทรคมนาคม มีบริษัทในเครือประมาณ 200 แห่ง กระจายอยู่ใน 18 ประเทศ มีพนักงาน 300,000 คนทั่วโลก กล่าวได้ว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นองค์กรธุรกิจที่มีพลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในประเทศไทยและทุกประเทศที่ได้เข้าไปลงทุน
  • 1921
  • 1939
  • 1953
  • 1958
  • 1959
  • 1969
  • 1970
  • 1971
  • 1972
  • 1973
  • 1976
  • 1978
  • 1979
  • 1985
  • 1986
  • 1988
  • 1990
  • 1994
  • 1997
  • 1998
  • 1999
  • 2000
  • 2002
  • 2003
  • 2005
  • 2006
  • 2007
  • 2008
  • 2009
  • 2011
  • 2012
  • 2013
  • 2014
1921
เจียไต้ จึง หรือ ที่เรียกกันว่า เจียไต๋  ร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชเล็กๆ  เริ่มหยั่งราก ณ ถนนทรงวาด ประเทศไทย โดยนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศจีนเข้ามาจำหน่ายโดยใช้ชื่อ ?ตราเรือบิน?  นับว่าเป็นผู้บุกเบิกตลาดเมล็ดพันธุ์ผักเป็นรายแรกในประเทศไทย 
ค่านิยมองค์กร
นับเป็นเวลาเกือบ 1 ศตวรรษแล้วที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้รับความไว้วางใจจากสังคมไทยและสังคมโลก เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อนำความผาสุก คุณภาพชีวิตที่ดีสู่ประชาชน สร้างสรรค์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ต้นไม้ใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ได้ต้องมีรากแก้วที่มั่นคง เช่นเดียวกับธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ก้าวหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืนเพราะตั้งมั่นอยู่บนค่านิยมองค์กรที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นพัฒนา ต่อยอดความสามารถในการบริหารธุรกิจบนฐานของคุณธรรมจริยธรรม ภายใต้ค่านิยมองค์กร 6  ประการ คือ 
  • สามประโยชน์สู่ความยั่งยืน (3 Benefits)
  • ทำเร็วและมีคุณภาพ (Speed & Quality)
  • ทำเรื่องยากเป็นเรื่องง่าย (Simplification)
  • ยอมรับการเปลี่ยนแปลง (Accept change)
  • สร้างสรรค์สิ่งใหม่ (Innovativeness)
  • ซื่อสัตย์และมีคุณธรรม (Integrity & Honesty)
สามประโยชน์สู่ความยั่งยืน
ไม่มีองค์กรธุรกิจใดในโลกที่เติบโตอย่างมั่นคงแข็งแรงได้โดยลำพัง หากแต่ต้องมีความเข้มแข็งของประชาชน สังคม และประเทศชาติเคียงข้างด้วยเสมอ เช่นเดียวกันกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่สามารถนำพาองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก
"3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน"
3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน พัฒนาขึ้นจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งคือ "การคิดถึงผู้อื่นก่อน" นำทางไปสู่การดำเนินธุรกิจภายใต้หลักประโยชน์ 3 ประการ คือ ประโยชน์ต่อประเทศที่เข้าไปลงทุน ประโยชน์ต่อประชาชนในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน และประโยชน์ต่อบริษัท ซึ่งทุกคนในเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้รับการปลูกฝังแนวคิดค่านิยมนี้มาตั้งแต่ยุคบุกเบิกธุรกิจ และได้หยั่งรากลึกอยู่ในความคิด จิตวิญญาณ สู่การกระทำที่มุ่งหวังให้ธุรกิจเติบโตก้าวหน้า และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจ สังคม เกิดประโยชน์แก่ประเทศไทยและในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน
ทำเร็วและมีคุณภาพ
ในโลกแห่งการดำเนินธุรกิจในยุคโลกไร้พรมแดนเช่นปัจจุบันนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน ก็คือ "การทำเร็ว" และ "มีคุณภาพ" เพราะเป็นปัจจัยประการสำคัญที่ทำให้ธุรกิจก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสาร พฤติกรรมผู้บริโภค กฎระเบียบการค้าต่าง ๆ ฯลฯ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงต้องคิดเร็ว ทำเร็ว ทำก่อนคนอื่น และทำอย่างมีคุณภาพ ถือเป็นนโยบายสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ทุกคนในองค์กรได้ยึดถือและปฏิบัติ
ทำเรื่องยากเป็นเรื่องง่าย
เครือเจริญโภคภัณฑ์มีการลงทุนใน 16 ประเทศทั่วโลก มีบริษัทในเครือมากกว่า 200 บริษัท มีพนักงานทั้งหมดกว่า 300,000 คน แต่ด้วยเพราะเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว ลดขั้นตอนต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น โดยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทำให้การทำงานง่ายขึ้น สะดวกขึ้น จึงทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์บริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล
ด้วยเหตุนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงถือว่า "ทำเรื่องยากเป็นเรื่องง่าย" เป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญของทุกคนในองค์กร ที่นำมาซึ่งความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
โลกเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ทุกธุรกิจต่างต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้านตลอดเวลา
ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิอากาศและภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ยืนหยัดจากอดีตสู่ปัจจุบัน เป็นบริษัทชั้นนำบนเวทีระดับโลกก็
คือ "การยอมรับการเปลี่ยนแปลง" สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ตลอดเวลานั่นเอง
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เร่งเร้าให้ทุกชีวิตในเครือเจริญโภคภัณฑ์เกิดการปรับตัว พยายามค้นคว้า ศึกษา วิจัย แสวงหากระบวนการที่ดีกว่า มองหาโอกาสใหม่ ไม่หยุดนิ่ง ทั้งยังมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อสิ่งที่ดีกว่า เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในสร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทยและทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน
สร้างสรรค์สิ่งใหม่
บนวิถีแห่งการดำเนินธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์คือพลังขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าในทุกระดับของการดำเนินธุรกิจ ทั้งแนวคิด วิธีการ กระบวนการ ผลิตภัณฑ์ และบริการ ด้วยเพราะโลกไม่หยุดนิ่ง ธุรกิจจึงต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมตลอดเวลา
พนักงานนับแสนของเครือเจริญโภคภัณฑ์จึงทำงานด้วยความพร้อมที่จะ "สร้างสรรค์สิ่งใหม่" ที่ดีกว่าในทุกๆ วัน "องค์กรแห่งนวัตกรรม" คือความสำเร็จที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ภาคภูมิใจ และแน่นอนว่าผลสุดท้ายย่อมนำมาซึ่งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคนั่นเอง
ซื่อสัตย์และมีคุณธรรม
เครือเจริญโภคภัณฑ์ก่อกำเนิดมายาวนานเกือบ 1 ศตวรรษด้วยเพราะยึดมั่นในหลักซื่อสัตย์และมีคุณธรรมซึ่งถือเป็นพื้นฐานอันชอบธรรมในการดำเนินธุรกิจ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มานับตั้งแต่บรรพชนในยุคบุกเบิกก่อตั้งเมื่อครั้งยังเป็นร้านเจียไต้ จึง ร้านขายเมล็ดพันธุ์ผักเล็กๆ บนถนนทรงสวัสดิ์ ย่านทรงวาด โดยทำการค้ากับเกษตรกรอย่างซื่อสัตย์ เพราะตระหนักอยู่เสมอว่าเกษตรกรเปรียบดังคู่ชีวิต หากเกษตรกรอยู่ไม่ได้ บริษัทก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน
จวบจนปัจจุบันที่ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์แตกแขนงไปมากมาย ความซื่อสัตย์และคุณธรรมยังคงเป็นเสาหลักขององค์กร คำนึงอยู่เสมอว่าทำธุรกิจการค้าที่มุ่งหวังผลประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียว ย่อมไม่อาจดำรงยืนนาน และประการสำคัญคือไม่อาจได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ความนับถือ ความจริงใจ ทั้งจากคู่ค้า ผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ในภาคสังคม ดังนั้นไม่ว่าจะจำหน่ายเมล็ดพันธุ์เพียง 1 ซอง หรือจำหน่ายอาหารแปรรูปเป็นร้อยๆ ตันล้วนต้องตั้งมั่นบนหลักการของความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม
เครือเจริญโภคภัณฑ์เติบโตขึ้นเป็นบริษัทระดับชั้นนำของไทย อีกทั้งยังได้รับการยอมรับในระดับโลก เพราะมีคณะผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ มีความเป็นมืออาชีพ สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในองค์กรให้มีความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำและต่อยอดพัฒนาความรู้ ความเชี่ยวชาญนั้นอย่างต่อเนื่อง และประการสำคัญคือ การบริหารธุรกิจทั้งหมดของเครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างผู้นำจากรุ่นสู่รุ่น  ล้วนเป็นผู้นำที่มีศักยภาพ มีมโนธรรม จริยธรรมและศีลธรรมอันดีงาม ทำหน้าที่นำพาองค์กรให้เติบโตภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี
 
ประธานกิตติมศักดิ์
นายจรัญ เจียรวนนท์









นายมนตรี เจียรวนนท์
   
ประธานที่ปรึกษา
นายสุเมธ เจียรวนนท์
   
ประธานอาวุโส
นายธนินท์ เจียรวนนท์
   
ประธานกรรมการ
นายสุภกิต เจียรวนนท์
   
ประธานคณะผู้บริหาร
นายศุภชัย เจียรวนนท์