แต่เดิมนั้น กิจการโทรคมนาคมของไทยอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ แต่หลังจากปี 2533  รัฐได้เปิดโอกาสให้ให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในกิจการโทรคมนาคม โดยเปิดประมูลสัมปทานโทรศัพท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงเข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคมโดยเข้าร่วมประมูลเป็นผู้วางเครือข่ายและให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน 2 ล้านเลขหมายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ภายหลังยังได้ขยายสู่ธุรกิจโทรคมนาคมอื่นๆ เช่น โทรทัศน์บอกรับสมาชิก โทรศัพท์มือถือ อีกด้วย

ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานในเขตกรุงเทพฯ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ไร้สายเครือข่าย 3G ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกเพียงรายเดียวในประเทศไทย ธุรกิจนี้มีความสำคัญต่อพื้นฐานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากประโยชน์สำหรับสื่อสารในชีวิตประจำวันแล้ว ยังสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติอื่นๆ ได้อีกมาก เช่น พัฒนาการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน  พัฒนาการค้าและธุรกิจ พัฒนาการแพทย์และสาธารณสุข พัฒนาด้านการเงินและการธนาคาร พัฒนาด้านอุตสาหกรรมเอนเตอร์เทนเมนต์ เป็นต้น โดยผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ของอุตสาหกรรมต่างๆ มีบทบาทร่วมในการนำศักยภาพของเครือข่ายโทรคมนาคมมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

กล่าวได้ว่า อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์นั้นเพื่อพื้นฐานอาหารการกินและความเป็นอยู่ที่ดี ส่วนธุรกิจโทรคมนาคมก็เพื่อสร้างพื้นฐานความคิดและปัญญา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับศตวรรษที่ 21