องค์กรธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจได้อย่างยาวนาน และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและในเวทีการค้าสากล ย่อมเกิดจากปัจจัยหลายประการประกอบกัน โดยมีปรัชญา ค่านิยม วัฒนธรรมองค์กร ที่เป็นดั่งหางเสือเรือคอยกำกับชี้นำแนวทางให้องค์กรขับเคลื่อนไปอย่างมีทิศทาง เครือเจริญโภคภัณฑ์ก็เช่นกัน การหมั่นเพิ่มพูนศักยภาพองค์กร โดยตั้งมั่นอยู่ในหลักธรรมาภิบาลทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์เติบใหญ่และมั่นคงมาจวบจนปัจจุบัน
สามประโยชน์...สู่ความยั่งยืน
ไม่มีองค์กรธุรกิจใดในโลกที่เติบโตอย่างมั่นคงแข็งแรงได้โดยลำพัง หากแต่ต้องมีความเข้มแข็งของประชาชน สังคม และประเทศชาติเคียงข้างด้วยเสมอ  เช่นเดียวกันกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่สามารถนำพาองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก "3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน"

3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน พัฒนาขึ้นจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งคือ  "การคิดถึงผู้อื่นก่อน"  นำทางไปสู่การดำเนินธุรกิจภายใต้หลักประโยชน์ 3 ประการ คือ ประโยชน์ต่อประเทศที่เข้าไปลงทุน ประโยชน์ต่อประชาชนในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน และประโยชน์ต่อบริษัท ซึ่งทุกคนในเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้รับการปลูกฝังแนวคิดค่านิยมนี้มาตั้งแต่ยุคบุกเบิกธุรกิจ  และได้หยั่งรากลึกอยู่ในความคิด จิตวิญญาณ สู่การกระทำที่มุ่งหวังให้ธุรกิจเติบโตก้าวหน้า และมีส่วนร่วมในการร่วมสร้างสรรค์เศรษฐกิจ สังคม เกิดประโยชน์แก่ประเทศไทยและในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน
วิสัยทัศน์ระดับโลก
 "ตลาดทั่วโลก วัตถุดิบทั่วโลก คนเก่งทั่วโลก การเงินทั่วโลกล้วนเป็นของเครือเจริญโภคภัณฑ์" นี่คือแนวคิดหรือวิสัยทัศน์สำคัญที่ทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นบริษัทของคนไทยที่ประสบความสำเร็จบนเวทีการค้าระดับโลก

การดำเนินธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์นั้น มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทยแล้ว และยังมีปณิธานที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้บริโภคทั่วโลก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จึงได้ขยายเครือข่ายธุรกิจไปสู่นานามิตรประเทศ 

ในแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุนนั้น ไม่เพียงเป็น "ตลาด" ที่มีศักยภาพเท่านั้น หากแต่ยังมี "บุคลากร" และ "ทรัพยากร" ที่ดีสำหรับการผลิตสินค้าคุณภาพ เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงให้ความสำคัญกับการนำทรัพยากรของแต่ละประเทศมาพัฒนา สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการไหลเวียนผลิตภัณฑ์ที่ดีจากชุมชนประเทศหนึ่งไปสู่ชุมชนอีกประเทศหนึ่ง ผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายและการค้าที่มีประสิทธิภาพ   
      
ปัจจุบัน เครือเจริญโภคภัณฑ์มีฐานการผลิตใน 16 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์  อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ตุรกี ไต้หวัน สิงคโปร์ จีน และรัสเซีย

นอกจากนั้นยังมีสำนักงานขายและการค้าต่างประเทศอยู่ในประเทศต่างๆ รวม 16 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลี สแกนดิเนเวีย อิตาลี ดูไบ อังกฤษ ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม สเปน เยอรมนี จีน ญี่ปุ่น กรีซ และมาเลเซีย และส่งออกสินค้าไปยังผู้บริโภค 129 ประเทศทั่วโลก
สร้างสรรค์สิ่งใหม่
เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความเชื่อในเทคโนโลยีและนวัตกรรมทันสมัย  โดยเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่มาถ่ายทอดให้เกิดความรู้ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งได้ขยายผลไปถึงเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำการเกษตร การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงสุกร ฯลฯ  จึงกล่าวได้ว่า 1 ในปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จของเครือเจริญโภคภัณฑ์จากอดีตถึงปัจจุบัน คือ "การสร้างสรรค์สิ่งใหม่"

ปัจจุบัน เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เติบโตขึ้น และมีความสามารถในการสร้างนวตกรรมและเทคโนโลยีเป็นของตนเอง โดยบริษัทในเครือฯ ได้แก่ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ  บมจ.ซีพี ออลล์ และบมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น จะจัดงานแสดงนวัตกรรมเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังจัดให้มีกิจกรรมสำคัญคือ  "มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน" เพื่อจัดแสดงและประกวดผลงานนวัตกรรมของผู้บริหารและพนักงานจากทุกบริษัทในทุกกลุ่มธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์  ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กรทุกระดับอย่างแท้จริง  

กล่าวได้ว่า การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือ การสรรค์สร้างนวัตกรรม เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์สามารถก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดโลก
บูรณาการเพื่อความยั่งยืน
เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร โดยบูรณาการห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าอย่างยั่งยืน

ประโยชน์ของการประสานห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  ดังเช่นในเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารนั้น การประสานห่วงโซ่ของธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจเลี้ยงสัตว์ ธุรกิจอาหาร และธุรกิจจัดจำหน่าย เป็นไปเพื่อสร้างคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก ทั้งในด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้(traceable)ในทุกขั้นตอน นอกจากนั้นดำเนินธุรกิจตามหลักการห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain) คือดำเนินงานอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  เพื่อให้ธุรกิจและสังคมเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน  

หรือในธุรกิจโทรคมนาคม ที่มีการออกแบบให้ประสานกันของเครือข่ายที่ดี ดิจิตอลคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และอุปกรณ์การสื่อสารที่ทันสมัยจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และคุณภาพสังคม ในอนาคต เยาวชนในชนบทจะสามารถเข้าถึงเครือข่ายการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น คนทุกสาขาอาชีพสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลด้วยแนวคิด Business Integration นี้

การประสานการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำทั้งในแนวดิ่งและแนวราบก็เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค ผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุน รวมถึงสังคมและประเทศ เพื่อสร้างสรรค์โลกให้งดงามและยั่งยืนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
คนขับเคลื่อนองค์กร
"คน" เป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงให้ความสำคัญกับการสร้างคนเก่ง คนดี และมีความเป็นผู้นำ

จากปัจจุบันที่เครือเจริญโภคภัณฑ์มีกำลังคนกว่า 3 แสนคนทั่วโลก และยังมีแนวโน้วที่จะเพิ่มมากขึ้นจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงต้องวางแผนเรื่องคนอย่างบูรณาการเพื่อให้ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ 

วิสัยทัศน์และกลยุทธ์เรื่องคนที่สำคัญของเครือเจริญโภคภัณฑ์ คือการสร้างผู้นำ โดยผู้นำของเครือเจริญโภคภัณฑ์จะต้องยึดมั่นในค่านิยม 6 ประการ(ลิงค์) และนอกจากนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างผู้นำให้มีคุณสมบัติและความสามารถดังนี้

1. เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล รู้จริงในธุรกิจและมุ่งเน้นลูกค้า
2. เป็นผู้นำมีความสามารถในการสร้างคน ใช้คน และรักษา คนเก่งคนดี
3. เป็นผู้นำที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงาน กล้าคิดกล้าทำ
4. เป็นผู้นำมีความยุติธรรม คุณธรรม และความซื่อสัตย์
5. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยการมุ่งเน้นผลลัพธ์และความสำเร็จ
6. เป็นผู้นำที่พร้อมปรับตัว ด้วยการเรียนรู้ตลอดเวลา และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค 

ในการสร้างและพัฒนาสู่การเป็นผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้สร้าง สถาบันผู้นำ (CP Leadership Instituteขึ้นมา โดยใช้วิธี "ผู้นำสอนผู้นำ" ควบคู่ไปกับการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Action Learning)  
ตลอดการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา และที่จะก้าวเดินต่อไปในอนาคต บุคลากรของเครือเจริญโภคภัณฑ์ไม่หยุดยั้งที่จะร่วมมือกับเกษตรกร แรงงานในท้องถิ่น ตลอดจนพันธมิตรและคู่ค้า ในการสร้างสรรค์และส่งมอบสินค้าเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยแนวคิด "อิ่มท้อง อิ่มสมอง อิ่มใจ"  -- ให้กับคนทุกมุมโลก (Link เพลงอิ่มท้อง อิ่มสมอง อิ่มใจ)
ธุรกิจยืนยง สังคมยั่งยืน
ความยั่งยืนในมุมมองของเครือเจริญโภคภัณฑ์มิได้หมายถึงเพียงความยั่งยืนขององค์กร แต่มีความหมายยิ่งใหญ่กว่านั้น คือ ความยั่งยืนของสังคม ของประเทศ และของโลก  

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทระดับโลก เครือเจริญโภคภัณฑ์มีพันธกิจในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมุ่งเน้นการสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

ดังนั้นเครือเจริญโภคภัณฑ์จึงมีเป้าหมายในการประกอบธุรกิจที่เน้นความสมดุลตามแนวคิด "เศรษฐสีเขียว (Green Business)" ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่ไปกับปรัชญาตะวันออกเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง  ทั้งหมดนี้เพื่อให้ภาคเศรษฐกิจ  สังคม สิ่งแวดล้อม และธุรกิจ เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน