ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร เครือซีพี พร้อมทีมความยั่งยืน เยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) ยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับสู่เป้าหมายความยั่งยืน

20 มีนาคม 2568 – อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา – ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร คุณสมเจตนา ภาสกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร คุณรงค์รุจา สายเชื้อ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านธรรมาภิบาล สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร คุณมัณฑนา แซ่เล้า รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) คุณพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เยี่ยมชม ศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด (CPP) เพื่อติดตามแนวทางการนำเทคโนโลยีมาตรวจสอบย้อนกลับและบริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot Detection System) ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ ทีมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของ CPP เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและยกระดับ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) ผ่านการบูรณาการ เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ อาทิ AI และ Big Data Analytics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและบริหารจัดการ จุดความร้อน (Hotspot) ลดความเสี่ยงจาก ไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับ นโยบายของคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือซีพี ที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ 100% โดยเครือซีพีได้พัฒนาระบบนี้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างห่วงโซ่การผลิตอาหารที่ยั่งยืน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการลดปัญหาหมอกควัน และสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อม การขับเคลื่อนระบบตรวจสอบย้อนกลับต้องทำอย่างต่อเนื่อง วันนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการต้นน้ำ แต่ การพัฒนาสินค้าอย่างยั่งยืน (Product Sustainability) ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเลือกใช้ วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการกระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในแง่ของการรีไซเคิลและการลดปริมาณขยะ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นไม่เพียงแต่ผลิตขึ้นอย่างมีคุณภาพ แต่ยังส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต

ดร.สดุดี สุพรรณไพ รองกรรมการผู้จัดการด้านความยั่งยืน ธุรกิจพืชครบวงจร CPP กล่าวถึงบทบาทสำคัญของ ศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ซึ่งนำ เทคโนโลยีดาวเทียม อาทิ Suomi NPP, NOAA-20 และ NOAA-21 มาใช้ในการตรวจจับจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรกรรม โดยดึงข้อมูลจากระบบ FIRMS ของ NASA มาประมวลผลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีความแม่นยำสูง ทั้งนี้ CPP ได้ดำเนิน งานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมกับถอดบทเรียนด้านการตรวจสอบย้อนกลับ โดยได้รับความร่วมมือจาก ยูนูส ไทยแลนด์ และ บริษัท คอนโทรลยูเนี่ยน ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำจากเนเธอร์แลนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้านการตรวจประเมินมาตรฐานเกษตรยั่งยืน (FSA – Farm Sustainability Assessment) รวมถึงการรับรองมาตรฐานทวนสอบย้อนกลับ (Traceability Verification) ระบบดังกล่าวช่วยให้สามารถ เฝ้าระวัง แจ้งเตือน และตรวจจับการเผาพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมทั้งระบุชื่อเกษตรกรเจ้าของแปลงได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังช่วยวิเคราะห์แนวโน้มการเผาพื้นที่เกษตร เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และนำไปใช้วางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ระบบยังช่วยให้ CPP สามารถติดตามสถานะการเผาได้ทุกวัน ทำให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทและคู่ค้าสามารถ ลงพื้นที่สื่อสารกับเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในกรณีที่พบการเผาซ้ำในพื้นที่เดิม ซึ่งอาจนำไปสู่ มาตรการหยุดรับซื้อผลผลิต พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยน แนวทางการจัดการตอซังหลังการเก็บเกี่ยว ไปสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ดร.สดุดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ในปัจจุบันใช้ข้อมูลจาก ระบบ VIIRS (Visible Infrared Imaging Radiometer Suite) ที่ติดตั้งบนดาวเทียม Suomi NPP ทำให้สามารถ ติดตามข้อมูลจุดความร้อนได้วันละ 2 ครั้ง และมีการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ครอบคลุม 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย เมียนมา เวียดนาม ลาว และกัมพูชา ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์โดยการซ้อนทับกับ ขอบเขตการปกครองของแต่ละประเทศ และ ข้อมูลสิ่งปกคลุมดิน (Landcover) จากชุดข้อมูล Global LULC ปี พ.ศ. 2566 ซึ่งได้จากดาวเทียม Sentinel-1 และ Sentinel-2 ภายใต้โครงการ Copernicus ขององค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency – ESA) ข้อมูลที่ได้รับจะถูกนำมาใช้ในการจำแนกประเภทของ จุดความร้อน ตามลักษณะของพื้นที่ เช่น พื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่ทุ่งหญ้า พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง แหล่งน้ำ พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งเผยแพร่แบบสาธารณะให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ จุดความร้อนได้แบบเรียลไทม์ ทั้งในรูปแบบ รายวัน และ สัดส่วนจุดความร้อนจำแนกตามขอบเขตการปกครองและชนิดของสิ่งปกคลุมดิน ผ่านทางเว็บไซต์ https://sgc.cptg.co.th/en/hotspot-report











#CPPSustainability #HotspotManagement #ตรวจสอบย้อนกลับ #เกษตรยั่งยืน #CPforSustainability